ที่นี่เมืองไทย ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

 


กระทู้นี้ผมตั้งขึ้นมาเพื่อเชิญชวนเพื่อนสมาชิกร่วมเล่าประสบการณ์หรือแสดงความคิดเห็น เฉพาะในสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในเมืองไทยของเรา เรื่องราวทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เกี่ยวกับชีวิตผู้คน วัฒนธรรม ประเพณี สังคม หรือ สิ่งดีงามอื่นๆ ที่คิดว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนยังไม่รู้จัก หรือไม่เคยรู้ว่าเมืองไทยของเรา สังคมของเราเป็นสังคมที่มีความรักใคร่ปรองดองและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและน่าจรรโลงไว้อย่างยิ่ง ภาพขาว-ดำทางซ้ายมือเปรียบเที่ยบกับภาพสีทางขวามือ เป็นภาพที่ถ่ายจากอดีตถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ต่างกันราว 100 ปี ที่เห็นคือภาพพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีสิ่งดีงามเกิดขึ้นมากมายในสังคมของเรา ที่ผมใคร่เชิญชวนที่ผู้รู้เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เฉพาะในสิ่งดีงาม สมานสามัคคีซึ่งกันและกัน 

15 ก.ย. 2551 02:54
163 ความเห็น
188993 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 85 โดย แขชนะ

ช่วงนี้เป็นช่วงสารทไทย ญาติพี่น้องของหลายครอบครัวมักจะกลับมารวมกันเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ที่ห่างเหินกันไป คล้ายๆเทศกาล X-mas ของฝรั่ง

มีการทำบุญร่วมกัน ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนก็จัดหาดอกไม้หลากหลายชนิดมาร่วมทำบุญ เป็นที่น่าแปลกใจว่าเด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรู้จักดอกไม้ชนิดต่างๆในประเทศไทย หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยเห็นดอกจริง


สมัยผมเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่ครูเอามาสอนในชั่วโมงขับร้อง (ไม่ทราบว่าเดี่ยวนี้ยังมีสอนในโรงเรีนหรือเปล่า) เพลงนั้นคือ
เพลงอุทยานดอกไม้ <<< (คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง กดชื่อพรรณไม้ในเนื้อเพลงเพื่อชมพรรณไม้นั้นๆ  ดูรูปตลอดจนรายละเอียดและชื่อวิทยาศาสตร์ต่างๆได้ด้วยครับ) ทำให้เรารู้จักดอกไม้ไทยมากมาย เดี๋ยวนี้เด็กๆไม่รู้จักกันแล้ว

ฟังเพลงร้องได้ที่นี่ >>>>
http://www.ijigg.com/songs/V2DDDE0P0

เพลงอุทยานดอกไม้ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย อาจารย์สกลธ์  มิตรานนท์  เป็นบทเพลงที่นำชื่อพรรณไม้ดอกมาเรียงร้อยเป็นบทเพลงได้อย่างไพเราะทั้ง คำร้อง และ ท่วงทำนอง  นับได้ว่าเป็นอัจฉริภาพทางดนตรีของผู้ประพันธ์  

  ชม ผกา จำปา จำปี
กุหลาบ ราตรี พะยอม อังกาบ ทั้ง กรรณิการ์
ลำดวน นมแมว ซ่อนกลิ่น ยี่โถ ชงโค มณฑา
สายหยุด เฟื่องฟ้า ชบา และ สร้อยทอง
...บานบุรี ยี่สุ่น ขจร
ประดู่ พุดซ้อน พลับพลึง หงอนไก่ พิกุล ควรปอง
งาม
ทานตะวัน รักเร่ กาหลง ประยงค์ พวงทอง
บานชื่น สุขสอง พุทธชาด สะอาดแซม
(ซ้ำ)...พิศ
พวงชมพู กระดังงา เลื้อยเคียงคู่ ดูสดสวยแฉล้ม
รสสุคนธ์ บุญนาค นางแย้ม สารภี ที่ถูกใจ
...งาม
อุบล ปน จันทร์กะพ้อ
ผีเสื้อ แตกกอ พร้อม เล็บมือนาง พุดตาน กล้วยไม้
ดาวเรือง อัญชัน ยี่หุบ มะลิวัลย์ แลวิไล
ชูช่อไสว เร้าใจในอุทยาน...(ซ้ำ)

เอารูปเรียงตามลำดับชื่อดอกไม้ในเพลงมาให้ดูครับ




5 ต.ค. 2551 23:47


ความคิดเห็นที่ 86 โดย rainy_season

พึ่งมาอ่านค่ะ ว้าวๆ เรื่องเล็บที่ 6 แปลกดี... ส่วนเพลงข้างบนนั้น ถ้ามีรูปดอกไม้สวยๆรวมๆกัน คงจะอลังการดีค่ะ .......... เคยเพลงได้ยินตอนม.3 ค่ะ ไปเข้าค่ายลูกเสือ
อาจารย์คนนึงร้องให้ฟังแล้วให้พวกเราทายค่ะว่ามีดอกไม้กี่ชนิดในเนื้อเพลง คนแต่งเพลงเก่งแฮะ ชื่อดอกไม้ล้วนๆ ยังนำมาสร้างสรรค์เป็นเพลงได้เลิศมากมาย ...^^

6 ต.ค. 2551 00:16


ความคิดเห็นที่ 87 โดย แขชนะ

เอารูปมาให้ดูแล้วครับ เรียงตามลำดับชื่อดอกไม้ในเพลงครับ
6 ต.ค. 2551 02:49


ความคิดเห็นที่ 89 โดย rainy_season

ขอบคุณที่หารูปรวมมวลหมู่มาให้ดูแบบเต็มๆค่ะดีมากจริงๆ ถ้าบ้านใครปลูกดอกไม้ได้เยอะขนาดนี้ก็คงดีนะคะ

6 ต.ค. 2551 18:04


ความคิดเห็นที่ 90 โดย ครูไผ่

แล้วคุณ rainy_season มีเล็บที่ 6 หรือเปล่าคะ?

7 ต.ค. 2551 04:30


ความคิดเห็นที่ 91 โดย rainy_season

ฮ่าๆๆ ไม่มีหรอกค่ะ ..^^ ถ้ามีคงเป็ฯข่าวโด่งดังแน่ๆ

7 ต.ค. 2551 09:09


ความคิดเห็นที่ 92 โดย แขชนะ

ครูฝนคงเข้าใจผิดแล้ว ลองอ่านความเห็นที่ 73-80 อย่างละเอียดดูใหม่นะครับ ที่ครูไผ่ถามน่ะ ไม่ใช่ล้อเล่นสนุกๆ แต่เป็นเรื่องของข้อมูลจริงที่น่าสนใจ ถ้าครูฝนไม่มีเล็บที่ 6 ก็แสดงว่าไม่ใช่คนไทย อาจเป็นคนจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่ หรือ พวกฝรั่ง หรือ พวกนิโกรครับ

7 ต.ค. 2551 09:27


ความคิดเห็นที่ 93 โดย rainy_season

อ๋อออออ.........ฝนเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่อธิบายฝนอ่านแล้วแต่ไม่ได้อ่านรายละเอียดให้เข้าใจจริงๆ ฝนนึกว่าเล็บที่6มันจะชัดกว่านี้ ฝนหายเซ่อแล้วค่ะ แหะๆ{#emotions_dlg.d6} ... พยามยามเพ่งดูค่ะ ... (ยกมาเพ่งดูจนเมื่อย) ก็ดูไม่ออกค่ะ สารภาพตามตรง อาจเป็นเพราะพึ่งตัดเล็บเมื่อนวานค่ะ หรือว่าฝนดูไม่ออกเอง หรือว่าไม่มีก็ไม่รู้อืมมมมม....งงแฮะ

7 ต.ค. 2551 14:43


ความคิดเห็นที่ 94 โดย แขชนะ

ตอนนี้ผมอยู่ที่กุ้ยหลิน มาสอนหนังสือนักศึกษาปริญญาโทสาขาการสอนวิทยาศาสตร์ที่ Guangxi Normal University

ในรูปกำลังสอนเรื่องแว่นตารูเข็ม เราทำแว่นตารูเข็มใช้กันทั้งห้องก็เลยถ่ายรูปเก๋ๆไว้เป็นที่ระลึก (ดูเพิ่มเติมใน ปรากฏการณ์รูเข็ม)

ผมไม่ลืมที่จะถามเรื่องเล็บที่หก มีนักศึกษาหลายคนที่นี่ที่เป็นพวกจ้วง ลองถามดูปรากฏว่ามีเล็บที่หกจริง คราวนี้ลองถามทั้งห้องว่าใครมีเล็บที่หกบ้าง ประมาณ 80 % ของทั้งหมดมีเล็บที่หก ถามไปถามมาปรากฏว่าพวกนี้มีบรรพบุรุษเป็นจ้วง นอกจากพวกจ้วงแล้ว ยังมีพวกตามมณฑลอื่นๆอีกเล็กน้อยที่มีเล็บที่หก ที่ไต้หวันราว 10% มีเล็บที่หก

ผมลองถามนักศึกษาจ้วงต่อเกี่ยวกับภาษาจ้วงที่คล้ายๆกับภาษาไทย เช่น คำว่า "กินข้าว" เขาจะพูดคล้ายๆคนอีสานว่า "กิ่นเข่า"
"กินน้ำ" เขาจะบอกว่า "กิ่นหล่ำ"
แต่ที่น่าสนใจมากคือมีคำบางคำที่ถามเขาแล้วให้พูดเป็นภาษาจ้วง เมื่อฟังแล้วสะดุ้งคือ
ผมถามว่าคำว่า "คุณไปไหน" ภาษาจ้วงพูดว่าอะไร เขาบอกว่าภาษาจ้วงพูดว่า "มึงไปอะไร"

18 ต.ค. 2551 09:05


ความคิดเห็นที่ 95 โดย นิรันดร์

ผม น้อง ๆ กับแม่ มีเล็บที่ 6
ไม่แน่ใจว่าพ่อมีหรือเปล่าเพราะไม่ค่อยได้ตัดเล็บเท้าให้พ่อ
ก็เลยจำไม่ได้
แม่เป็นไทยเชื้อสายมอญ พ่อเป็นลูกครึ่งไทยจีน
ส่วนผมเป็นไทยแท้ 100%
ไม่แน่ใจว่าถ่ายภาพเท้าเล็บที่ 6 มายืนยันจะเหมาะหรือไม่

18 ต.ค. 2551 11:55


ความคิดเห็นที่ 96 โดย ครูไผ่

คุณฝน (ความเห็นที่ 93) ตัดเล็บเองหรือเปล่าคะ  ถ้าให้ช่างทำเล็บตัดให้คุณฝนก็อาจจะไม่มีโอกาสเห็นว่ามีเล็บที่ 6 หรือไม่ เพราะมันเล็กนิดเดียว และช่างเขาจะเล็มออกหมด แม้กระทั่งเนื้อข้างเล็บซึ่งเขามองว่าเป็นส่วนเกิน

อาจารย์นิรันดร์ถ่ายรูปมาลงก็ได้ ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะ ถือว่าเป็นรูปเพื่อการศึกษาเรื่องชาติพันธุ์วรรณา

รูปชั้นเรียนแว่นรูเข็มในความเห็นที่ 94 เก๋มากเลยค่ะ

ขอบคุณ ดร.แขชนะ ที่สำรวจข้อมูลผู้มีเล็บที่ 6 มาเพิ่มเติม  และภาษาของจ้วงน่าสนใจมากเลยค่ะ  โดยเฉพาะประโยค
"มึงไปอะไร" นี่เป็นคำไทยทุกคำเลย เพียงแต่มีการใช้คำต่างกันเท่านั้นเอง 

18 ต.ค. 2551 15:58


ความคิดเห็นที่ 97 โดย แขชนะ

วันนี้ผมเดินทางกลับ มีนักศึกษามาส่งที่สนามบินหลายคน นักศึกษาชาวจ้วงคนที่พูดว่า "มึงไปอะไร" ก็มาส่งด้วย พอมาถึงบ้านพักอาจารย์ก็รีบเข้ามาช่วยผมหิ้วข้าวของ ถ้าเป็นนักศึกษาไทยเขาคงพูดว่า "หนูช่วยอาจารย์หิ้วค่ะ" แต่นี่เขาพูดเป็นภาษาจ้วง น่าฟังมาก เขาพูดว่า "กูช่วยมึงริ่ว" ตัว ร.เรือ กับ ห.หีบ หรือ ฮ.นกฮูก บางทีเขาก็ใช้สลับกันเหมือนในภาษาอีสาน เช่น รัก ก็เป็น "ฮัก" , เรา ก็เป็น "เฮา" คือเขาต้องการพูดว่า "กูช่วยมึงหิ้ว" นั้นเอง
เวลานับเลข 1 - 10 คล้ายๆพูดภาษาอีสาน
นึง สอง สำ ซี ห่า รก เจ็บ แปะ เก๋า ซิบ

พ่อ  แม่  ตา  ยาย เขาพูดว่า อาโป อาแหม่ อากง อายาย

สำหรับเรื่องเล็บเท้าที่หกนั้น ผมขอดูเล็บของนักศึกษาหลายคน ทุกคนรู้สึกเขินอายไม่กล้าให้ดู แต่ก็เห็นว่าเป็นเรื่องทางการศึกษา เราก็เปิดเท้าดูกัน นักศึกษาหญิงบางคนไม่ยอมให้ดู เพราะเขินแต่อ้างว่าตัดเล็บมาแล้วมองไม่เห็น อันที่จริงส่วนใหญ่ก็เขิน ปกปิดราวกับว่าเป็น "ของลับ" ที่ไม่อยากให้ใครเห็น

"ความลับ"ต่างจาก"ของลับ"   ตรงที่ว่า
ความลับนั้น ถ้าได้มีใครล่วงรู้หรือได้เห็นแล้ว ก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ส่วนของลับนั้น ถ้าใครได้เห็นแล้ว มันก็ยังเป็นของลับเหมือนเดิม

20 ต.ค. 2551 01:19


ความคิดเห็นที่ 99 โดย ครูไผ่

แหม ฟังภาษาจ้วงที่อาจารย์แขชนะเล่ามา มีความรู้สึกเหมือนกับว่า คนเผ่าจ้วงอพยพไปจากทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนะคะ  หรือปู่ย่าตายายเขาเคยอยู่แถว ๆ นั้น

ไม่ทราบว่าคนอื่น ๆ ในเผ่าจ้วงพูดภาษาคล้ายภาษาไทยมากอย่างนี้ด้วยหรือเปล่าคะ

ดิฉันเคยคุยกับทูตวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน  เขาพูดภาษาไทยเก่งมาก  คือตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย สาขาของเขาต้องเลือกเรียนภาษาต่างประเทศสำหรับงานในอนาคต และเขาเลือกเรียนภาษาไทย

20 ต.ค. 2551 07:56


ความคิดเห็นที่ 100 โดย แขชนะ




ที่มหาวิทยาลัยกวางสีที่เมืองหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลกวางสี อยู่ไปทางตอนใต้ของเมืองกุ้ยหลิน มีภาควิชาภาษาไทย เป็นภาควิชาใหญ่ สมเด็จพระเทพฯเคยเสด็จมาเยี่ยมชม ภาควิชาภาษาไทยที่นี่ มีนักศึกษาจีนเรียนที่ภาควิชาภาษาไทยประมาณ 500 คน

ส่วนที่มหาวิทยาลัย Guangxi Normal University ที่กุ้ยหลินที่ผมทำงานอยู่นี้เน้นการผลิตครูผู้สอนในสาขาต่างๆเป็นหลัก คล้ายๆกับวิทยาลัยครูสมัยก่อนของไทยเราก่อนจะเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏในปัจจุบัน (ที่ทิ้งประสบการณ์อันยาวนานและยิ่งใหญ่ในการสร้างครูที่มีคุณภาพโดยสิ้นเชิง ตามความคิดเห็นของผม) ที่นี่มีการลงนานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของไทยเราหลายแห่ง เช่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สงขลามีความตกลงความร่วมมือกับสถาบันขงจื้อ ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิตแลกเปลี่ยนการสอนภาษาไทย-จีน มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยรังสิตมาสอนภาษาไทยที่นี่ และมีอาจารย์จีนไปสอนภาษาจีนที่ม.รังสิต นอจากนั้นก็ยังมีเขตการศึกษาเชียงใหม่มาลงนามความร่วมมือด้วย

ผมสอนอยู่บนชั้น 6 ของอาคารเรียน ส่วนอาจารย์ที่สอนภาษาไทยจะอยู่ที่ชั้น 5 ผมได้ยินอาจารย์สอนภาษาไทยประจำ แต่ละครั้งก็เป็นมีนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยประมาณ 40 คน 
21 ต.ค. 2551 06:47


ความคิดเห็นที่ 102 โดย แขชนะ

รูปเล็บที่ 6

13 พ.ย. 2551 02:20


ความคิดเห็นที่ 103 โดย นิรันดร์

ผมไปสำรวจเท้า พ่อ แม่พี่น้องมาครบทุกคนแล้ว
ก็ได้ความว่าไม่มีใครที่ไม่มีเล็บที่ 6 ที่นิ้วก้อยเท้าครับ

แถมอาของผมท่านหนึ่ง นิ้วที่ 6 โตเท่ากับนิ้วอื่นด้วย
(เป็นนิ้วเต็ม ๆ ไม่ใช่มีแต่เล็บ)

13 พ.ย. 2551 13:06


ความคิดเห็นที่ 104 โดย KNowarp

น่าจะมีรูปให้ดูด้วย นะคะ

13 พ.ย. 2551 14:57


ความคิดเห็นที่ 105 โดย ครูไผ่

ฮ่า ๆ ใครหลงเข้ามาในกระทู้นี้  จะต้องโดนสำรวจเล็บเท้า

คุณ Knowarp กับลูก S2P2 มีเล็บที่ 6 ไหมคะ

15 พ.ย. 2551 05:01


ความคิดเห็นที่ 106 โดย jumo

รู้สึกว่าผมก็มีนะครับ เดี๋ยวต้องกลับไปดูให้ชัด ๆ หน่อย

15 พ.ย. 2551 06:52


ความคิดเห็นที่ 107 โดย นิรันดร์

คงไม่ค่อยสวยนะครับหากจะเอาเล็บเท้ามาอวด

ต่อไป อาจตรวจสอบประวัติบรรพบุรุษจากเล็บเท้า

15 พ.ย. 2551 15:32

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น